รู้ก่อนเลือก ชนิดของผ้าเบรก ORGANIC / CERAMIC / METALLIC ต่างกันอย่างไร

ระบบเบรกทำงานอย่างไร ชนิดของผ้าเบรก ORGANIC / CERAMIC / METALLIC ต่างกันอย่างไร และ การเลือกผ้าเบรกให้เหมาะกับการขับขี่ของคุณ


ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับพื้นฐานการทำงานของระบบเบรกกันก่อน เมื่อคุณเหยียบแป้นเบรก รถของคุณจะดันน้ำมันที่มีแรงดันผ่านสายเบรกเข้าไปในคาลิปเปอร์ที่แต่ละล้อ น้ำมันเบรกจะดันผ้าเบรกเข้ากับจานเบรกเพื่อชะลอความเร็ว และค่อยๆ หยุดรถของคุณ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระบบเบรกของคุณจะเปลี่ยนพลังงานจลน์ของรถเป็นพลังงานความร้อนผ่านการเสียดสีที่ผ้าเบรก

ทุกวันนี้ ผู้ขับขี่มักมีตัวเลือกระหว่างผ้าเบรกสามประเภทนี้ : ผ้าเบรกออร์แกนิก ORGANIC / ผ้าเบรกเซรามิก CERAMIC / ผ้าเบรกกึ่งโลหะ METALLIC แต่ก่อนจะพัฒนามาเป็นสามประเภทนี้ เราเคยใช้ผ้าเบรกที่ทำจากหนัง ในสมัยที่รถยังคงมีกำลังประมาณ สองแรงม้า ผู้ที่คิดค้นผ้าเบรกคนแรกคือ BERTHA BENZ ภรรยาของ KARL BENZ ผู้ก่อตั้ง Mercedes-Benz การใช้ผ้าเบรกครั้งแรกมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ตั้งแต่นั้นมา วัสดุที่ใช้ทำผ้าเบรกก็มีวิวัฒนาการไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จนกระทั่งช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 20 ดรัมเบรกถูกแทนที่ด้วยดิสก์เบรกที่ทันสมัยมากขึ้น ผู้ผลิตจึงเริ่มผลิต ผ้าเบรกออร์แกนิก ORGANIC / ผ้าเบรกเซรามิก CERAMIC / ผ้าเบรกกึ่งโลหะ METALLIC ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน


ผ้าเบรกออร์แกนิก ORGANIC

ผ้าเบรกเริ่มแรกทำจากแร่ใยหิน ซึ่งเป็นวัสดุดูดซับความร้อนที่เหมาะสำหรับการเบรก แต่ แร่ใยหินถูกค้นพบว่าเป็นสารก่อมะเร็งขั้นสูง ทำให้เกิดมะเร็งกับผู้ที่สัมผัสเป็นเวลานาน และเมื่อเกิดการเสียดสีในระหว่างใช้งาน จะปล่อยแร่ใยหินไปในอากาศและผู้ขับขี่สูดดมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดมะเร็งที่ปอด ด้วยเหตุนี้ ผ้าเบรกออร์แกนิก ที่ไม่มีใยหิน (NAO) จึงถูกสร้างขึ้นโดยทำจาก เส้นใยคาร์บอน ไฟเบอร์กลาส เคฟลาร์ และขึ้นรูปด้วยเรซิน ผ้าเบรกออร์แกนิกจึงเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ใหม่ประมาณ 70% ที่จำหน่ายทั่วโลก

ข้อดีของผ้าเบรกออร์แกนิกคือ ฝุ่นน้อยกว่า เงียบกว่า และ มีราคาที่ถูกกว่า ผ้าเบรกประเภทอื่นๆ สามารถสร้างแรงเสียดทานในระดับปานกลางโดยไม่สร้างความร้อนสูง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ใช้รถยนต์ปกติในชีวิตประจำวัน และ ผ้าเบรกออร์แกนิกมักจะไม่กินจานเบรก ซึ่งเป็นข้อดีเนื่องจากจานเบรกมีค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมหรือเปลี่ยนหากเกิดความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ผ้าเบรกออร์แกนิกมีข้อเสียอยู่บ้างเมื่อเทียบกับผ้าเบรกประเภทอื่น ผ้าเบรกออร์แกนิกมักจะหมดเร็วกว่าเนื่องจากลักษณะของผ้าเบรก ซึ่งหมายความว่าอาจต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่จะทำงานได้ไม่ดีเท่ากับผ้าเบรกกึ่งโลหะหากเกิดความร้อนสูงเช่น ขับขี่ด้วยความเร็วสูงในสนามแข่ง

ผ้าเบรกเซรามิก CERAMIC

ผ้าเบรกเซรามิกทำมาจากวัสดุที่คล้ายกับ จานเซรามิกที่เราใช้กันที่บ้านอย่างไรก็ตาม วัสดุของผ้าเบรกเซรามิก มีความหนาแน่นและทนทานกว่ามาก ผ้าเบรกเซรามิกยังมีเส้นใยทองแดงผสมอยู่ภายในเพื่อช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน

ข้อดีของผ้าเบรกเซรามิกคือ เงียบ ฝุ่นน้อย และ สามารถทำงานได้ดีในช่วงอุณหภูมิที่กว้างกว้าง

ผ้าเบรกเซรามิกยังมีข้อจำกัดบางประการ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูง ผ้าเบรกเซรามิกจึงมักจะแพงที่สุดในบรรดาผ้าเบรกทุกประเภท นอกจากนี้ เนื่องจากทั้งเซรามิกและทองแดงไม่สามารถดูดซับความร้อนได้มากเท่ากับวัสดุประเภทอื่นๆ ความร้อนที่เกิดจากการเบรกจะไหลผ่านผ้าเบรกและเข้าไปในส่วนที่เหลือของระบบเบรก ซึ่งอาจทำให้ส่วนประกอบเบรกอื่นๆ สึกหรอมากขึ้น

ผ้าเบรกกึ่งโลหะ METALLIC

ผ้าเบรกชนิดสุดท้ายคือผ้าเบรกกึ่งโลหะ มีส่วนประกอบเป็น เหล็กผสม 30-70% ทองแดง และ โลหะผสมอื่นๆ ทั้งหมดอัดลงในผ้าเบรกที่มีกราไฟต์อยู่เพื่อช่วยเพิ่มค่าแรงเสียดทาน เหมาะตั้งแต่การเดินทางประจำวันไปจนถึงการแข่งรถในสนาม โดยเฉพาะผู้ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะสูง

ข้อดีของผ้าเบรกกึ่งโลหะคือ สามารถทำงานได้ดีในช่วงอุณหภูมิที่สูง เนื่องจากโลหะเป็นตัวนำและระบายความร้อนที่ดี ผ้าเบรกโลหะจึงมักจะทนความร้อนได้มากกว่าในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ระบบเบรกเย็นลงเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้

อย่างไรก็ตาม ผ้าเบรกกึ่งโลหะมีข้อเสียอยู่บ้างคือ มักจะมีเสียงดังกว่า และ มีฝุ่นเยอะกว่า ผ้าเบรกเซรามิกหรือออร์แกนิก ผ้าเมทัลลิกยังสร้างแรงกดบนระบบเบรก ทำให้จานเบรกสึกหรอมากกว่า

ผ้าเบรกแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

แล้วผ้าเบรคตัวไหนที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ระหว่างผ้าเบรคออร์แกนิก ผ้าเบรคเซรามิก ผ้าเบรกเมทัลลิก

ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์และสไตล์การขับขี่ของคุณ

หากคุณขับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงคุณควรจะเลือกผ้าเบรกกึ่งเมทัลลิก แต่ในทางกลับกัน หากคุณต้องเดินทางในตัวเมืองเป็นจำนวนมาก คุณอาจพบว่าผ้าเบรกเซรามิกเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หากคุณไม่ค่อยได้ใช้รถที่ความเร็วมากนัก หรือใช้ส่วนใหญ่ในเมือง ผ้าเบรกออร์แกนิกอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดและประหยัดสุด สำหรับสไตล์การขับขี่ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเลือกผ้าเบรกประเภทใด ให้ตรวจสอบเบรกและเปลี่ยนผ้าเบรก เป็นประจำคุณจะรู้ว่าต้องเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อเบรกแล้วเกิดเสียงดัง เหมือนเหล็กสีกับเหล็ก เบรกลื่นๆเป็นอาการของเวลาที่ผ้าเบรกหมด ผ้าเบรกรุ่นใหม่ใหม่จะมีส่วนที่เป็นตุ่มโลหะมาแตะกับจานเบรกให้เกิดเสียงดัง เมื่อผ้าเบรกหมดเพื่อส่งสัญญาณเตือน หรือ สวิทซ์ไฟโชว์ที่แผงหน้าปัด ควรรีบเปลี่ยน เพราะจะทำให้ผ้าเบรกเสียดสีกับจานเบรกเสียหาย จนต้องเปลี่ยนจานเบรกด้วย

ด้านล่างนี้คือตารางง่ายๆ ที่แสดงให้เห็นความแตกต่างบางประการระหว่างผ้าเบรกออร์แกนิก เซรามิก และโลหะ




ผ้าเบรค TOP PERFORMANCE สูตรออร์แกนิก ORGANIC ผลิตด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีทันสมัยและมาตรฐานในการผลิต

ได้รับมาตรฐานรองรับจาก ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ทั้ง ISO 9001:2015 / CE / JIS / ECE R90 / VESC RIG V-3 STANDARD


คุณสมบัติของผ้าเบรค TOP PERFORMANCE FROM JAPAN​

- ผลิตจากโรงงานมาตรฐานระดับโลก​

- ส่วนผสมพิเศษ ไม่กินจานเบรค

- เบรคนุ่ม ฝุ่นน้อย​

- สามารถทนความร้อนได้สูง​

- ระยะการเบรคสั่น หยุดรถได้อย่างมั่นใจ

- หมดปัญหาเรื่องเสียงรบกวน​

- ไม่มีส่วนผสมของแร่ใยหินเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม​


╔═════════════════════╗​

ผ้าเบรค TOP PERFORMANCE ประสิทธิภาพการเบรคดีเยี่ยม เงี่ยบทุกการสัมผัส ฝุ่นน้อย นุ่ม ทนทาน ไม่กินจานเบรค

╚═════════════════════╝


+++ สอบถามเที่ยบรุ่นได้นะครับ +++​

LINE : TPAUTOPART​

TEL : 02-225-2794 / 02-225-3794​


#TOPPERFORMANCE #JAPAN #Brake #pads #ผ้าดิสเบรคหน้า #ผ้าเบรค #ผ้าเบรคหน้า #ผ้าเบรคหลัง #ก้ามเบรค